ข้ามไปที่เนื้อหา

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

เพิ่มจำนวน Conversion ด้วย Performance Max

แนวทางปฏิบัติแนะนําในการสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ Performance Max

Social Module

แชร์

Best Practices logo

แคมเปญ Performance Max ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาใช้ช่องทางและ AI ของ Google อย่างเต็มประสิทธิภาพได้ในแคมเปญเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด Performance Max ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและ ROAS ให้สูงสุดในช่องทางทั้งหมดของ Google โดยจะใช้ AI ของ Google อย่างเต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะสุดท้ายโดยอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงการเสนอราคา กลุ่มเป้าหมาย ครีเอทีฟโฆษณา และอื่นๆ ระบุการค้นหาที่มีคุณค่าและเพิ่มจํานวน Conversion จากลูกค้าที่คุณอาจพลาดไปได้จากแคมเปญที่ใช้งานง่ายเพียงแคมเปญเดียว ธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่ที่ลงโฆษณากับ Google ใช้ Performance Max อยู่แล้ว และได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม นอกเหนือจากธุรกิจค้าปลีกแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ใช้ Performance Max จะได้รับ Conversion หรือมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27% โดยมี CPA/ROAS ใกล้เคียงกับของเดิม แม้ว่าผู้ลงโฆษณาจะใช้การทำงานแบบกว้างและ Smart Bidding ในแคมเปญ Search อยู่แล้วก็ตาม1

Play

ดูวิดีโอ

สําหรับผู้ลงโฆษณาและประเภทเป้าหมายทั้งหมด

1. เลือกเป้าหมาย Conversion ที่สําคัญต่อธุรกิจ

    • โดยทั่วไป ให้เลือกเป้าหมาย Conversion เดียวกับแคมเปญที่มีการวัดประสิทธิภาพอื่นๆ ที่มีอยู่ (เช่น แคมเปญ Search) ซึ่งจะช่วยให้คุณคงเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ระบบการเสนอราคาของเราเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นเพื่อเป้าหมายเดียวกันในแคมเปญต่างๆ ด้วย
  • การตั้งค่าเป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่ช่วยให้คุณประเมินมูลค่าและจัดลําดับความสําคัญของการเสนอราคาสําหรับลูกค้าใหม่ได้ ในขณะที่ยังคงเพิ่มยอดขายสูงสุดจากลูกค้าเดิม นอกจากนี้ คุณยังเลือกมุ่งเน้นที่ลูกค้าใหม่โดยเฉพาะได้ด้วย
    • เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้โหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่ หากคุณต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์โดยรวมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่
    • ผู้ลงโฆษณาที่ให้ความสําคัญมากกับการได้ลูกค้าใหม่และใช้โหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่ได้รับ ROAS เพิ่มขึ้นถึง 9%, อัตราส่วนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึง 5% และลดต้นทุนการได้ลูกค้าใหม่ลง 7%2
  • การตั้งค่าเป้าหมายการรักษาลูกค้าช่วยให้คุณเสนอราคาสูงขึ้นสําหรับลูกค้าที่หยุดใช้งานได้ นอกจากนี้ คุณยังระบุได้ว่าลูกค้ารายใดมีมูลค่าตลอดช่วงชีวิตสูงกว่า เพื่อให้ Performance Max ให้ความสำคัญกับการเสนอราคาสําหรับลูกค้าที่หยุดใช้งานซึ่งมีคุณค่ามากที่สุดได้
  • ตั้งค่าการวัด Conversion ที่แม่นยำที่สะท้อนให้เห็นว่า Conversion ใดมีคุณค่าต่อธุรกิจอย่างแท้จริง เป้าหมายและการกระทําที่ถือเป็น Conversion จะเป็นแนวทางให้ AI ของ Google โดยตรงเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ตามเป้าหมายเหล่านั้น กําหนดมูลค่า Conversion เพื่อแสดงถึงความสำคัญและมูลค่าของ Conversion ต่างๆ ที่มีต่อธุรกิจของคุณ การกําหนดมูลค่าที่สูงขึ้นให้กับ Conversion ที่สําคัญกว่าจะช่วยให้แคมเปญจัดลําดับความสําคัญเหล่านั้นโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้คุณเพิ่มมูลค่าจากงบประมาณได้สูงสุด
  • ใช้กฎมูลค่า Conversion เพื่อปรับแต่งวิธีเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติม ปรับมูลค่า Conversion และนำตัวคูณไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย อุปกรณ์ หรือสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีมูลค่าสูงกว่า

2. เลือกกลยุทธ์การเสนอราคาที่เหมาะสม

  • ใช้การเสนอราคาตามมูลค่าหากคุณกำลังวัดมูลค่าจาก Conversion เลือก “เพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุด” เป็นกลยุทธ์การเสนอราคาเพื่อเพิ่มมูลค่า Conversion ให้ได้มากที่สุดภายในงบประมาณที่กำหนด หากมีเป้าหมาย ROI ที่เจาะจง ก็เพิ่มเป้าหมาย ROAS ได้ด้วย
  • หากใช้การเสนอราคาตามมูลค่าไม่ได้เนื่องจากไม่ได้วัดมูลค่า และให้ความสำคัญกับ Conversion ทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกัน ให้ใช้ “เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด” เพื่อเพิ่มจำนวน Conversion ให้ได้มากที่สุดภายในงบประมาณที่กำหนด คุณสามารถเพิ่มเป้าหมาย CPA ได้ด้วย
  • หากไม่แน่ใจว่าเป้าหมาย ROAS หรือ CPA ใดเหมาะกับแคมเปญ Performance Max ให้ใช้เป้าหมายที่ตั้งไว้สําหรับแคมเปญที่มีการวัดประสิทธิภาพอื่นๆ (เช่น แคมเปญ Search) เป็นข้อมูลอ้างอิง เมื่อแคมเปญมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและมีจำนวนการเข้าชมมากขึ้น คุณก็จะปรับเป้าหมายขึ้นหรือลงได้ตามความเหมาะสม

3. เปิดชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติและ Final URL Expansion ไว้

  • ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) ช่วยให้แคมเปญ Performance Max ใช้เนื้อหาจากหน้า Landing Page ได้ และสร้างชิ้นงานข้อความใหม่และเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติสําหรับโฆษณา Search ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างชิ้นงานเพิ่มเติมให้ตรงกับบริบทและความตั้งใจเฉพาะตัวของลูกค้ายิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงสอดคล้องกับธุรกิจและข้อเสนอเช่นเดิม ทั้งยังช่วยให้ชิ้นงานข้อความอัปเดตอยู่เสมอเมื่อเวลาผ่านไป
  • หากเปิดใช้ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ คุณควรใช้ฟีเจอร์ Final URL Expansion ซึ่งจะเปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณพบคําค้นหาที่ทำให้เกิด Conversion จำนวนมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำงานได้ดีเมื่อพิจารณาจากความตั้งใจของลูกค้าและความเกี่ยวข้องกับหน้า Landing Page ของคุณ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้โฆษณาแสดงเพิ่มเติมในการค้นหาที่มีแนวโน้มสูงว่าจะนำไปสู่ Conversion Final URL Expansion จะใช้หน้า Landing Page ในเว็บไซต์เพื่อจับคู่โฆษณากับคำค้นหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
    • ผู้ลงโฆษณาที่ใช้ Final URL Expansion กับแคมเปญ Performance Max ได้รับ Conversion หรือมูลค่า Conversion เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 9% โดยมีต้นทุนต่อหนึ่งการกระทำ (CPA)/ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) ใกล้เคียงกับของเดิม3
    • ยกเว้นบางส่วนของเว็บไซต์ไม่ให้ได้รับการกำหนดเป้าหมายด้วยฟีเจอร์การยกเว้น URL สุดท้ายหากต้องการ เช่น ยกเว้นบล็อกของบริษัทหรือหน้าคําถามที่พบบ่อย หากหน้าเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกระตุ้น Conversion
  • หากคุณเปิดใช้ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติและมีหน้าเว็บหมวดหมู่ที่เฉพาะเจาะจงในเว็บไซต์ที่ต้องการกําหนดเป้าหมาย ให้ใช้กฎ “URL มี” เพื่อกําหนดเป้าหมายการเข้าชมตามหมวดหมู่เหล่านั้น กฎนี้กำหนดเป้าหมายหน้าเว็บทุกหน้าที่มี URL ที่ประกอบด้วยข้อความที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถกำหนดเป้าหมายแคมเปญของคุณโดยเฉพาะไปยังหน้าเว็บทั้งหมดที่มี “การลองใช้แบบ Dogfood” ใน URL
    • เมื่อเปิด Final URL Expansion กฎเหล่านี้จะให้ข้อมูลและเป็นแนวทางให้กับ AI ของ Google ในการทําความเข้าใจว่าหมวดหมู่เหล่านี้เป็นหมวดหมู่สําคัญ (แต่ไม่จํากัดการจับคู่กับหมวดหมู่) เมื่อปิด Final URL Expansion กฎ “URL มี” จะจำกัดการจับคู่ไว้เฉพาะกับหน้าในหมวดหมู่เหล่านั้น
  • ฟีดหน้าเว็บลงใน Performance Max เพื่อการปรับผลลัพธ์ที่ละเอียดขึ้นจากพื้นที่โฆษณา Search เมื่อเปิด Final URL Expansion ฟีดเพิ่มเติมนี้จะให้ข้อมูลและเป็นแนวทางให้ AI ของ Google เข้าใจว่า URL เหล่านี้สําคัญ (แต่ไม่จํากัดการจับคู่กับ URL เหล่านั้น)
    • เมื่อปิด Final URL Expansion ฟีดหน้าเว็บจะช่วยให้เพิ่ม URL ที่เจาะจงมากขึ้นลงในแคมเปญ Performance Max ในวงกว้างได้ง่ายขึ้น และจํากัดการจับคู่ให้อยู่เฉพาะกับ URL เหล่านี้เท่านั้น นอกจากนี้ ฟีดหน้าเว็บยังกําหนดให้เปิดใช้ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติด้วย
เป้าหมาย การดำเนินการ
ได้รับ Conversion เพิ่มขึ้นจากคำค้นหาที่น่าจะทำงานได้ดีและเพิ่มการเข้าถึงสูงสุด เปิด Final URL Expansion ไว้
หาคำค้นหาเพิ่มเติมที่น่าจะทำงานได้ดีและเพิ่มการเข้าถึงสูงสุด แต่ยกเว้นหน้า Landing Page บางหน้าในเว็บไซต์ เช่น หน้าตำแหน่งงานหรือหน้าคำถามที่พบบ่อยที่ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้น Conversion นอกจากนี้ คุณยังยกเว้นทั้งหมวดหมู่ของเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการให้แสดงในโฆษณาได้ (เช่น ในกรณีที่คุณหยุดให้บริการแบรนด์หนึ่งและไม่ต้องการแสดงโฆษณาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นั้นอีกต่อไป) ใช้กฎการยกเว้น URL หรือพารามิเตอร์ของ URL ขณะที่เปิด Final URL Expansion ไว้
ค้นหาคำค้นหาเพิ่มเติม แต่ยกเว้นคำค้นหาบางคำที่คุณไม่ต้องการให้แสดงแม้ว่าจะทำงานได้ดีก็ตาม เช่น ในกรณีต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ใช้คีย์เวิร์ดเชิงลบระดับบัญชีหรือคีย์เวิร์ดเชิงลบระดับแคมเปญขณะที่เปิด Final URL Expansion ไว้
ค้นหาคำค้นหาเพิ่มเติม แต่ยกเว้นคำที่เป็นแบรนด์ซึ่งคุณไม่ต้องการให้ปรากฏ เช่น ในกรณีต้องห้ามตามกฎระเบียบในท้องถิ่น ใช้การยกเว้นแบรนด์ระดับแคมเปญขณะที่เปิด Final URL Expansion ไว้
ได้รับจำนวนการเข้าชมเฉพาะในหมวดหมู่ของหน้าที่คุณต้องการเพิ่ม Conversion แม้ว่าหมวดหมู่อื่นๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้เช่นกัน เช่น คุณอาจมีงบประมาณเฉพาะสำหรับ “รองเท้าวิ่ง” ที่ไม่สามารถใช้ขาย “รองเท้าบาสเกตบอล” ได้ ปิด Final URL Expansion และใช้กฎ “URL มี” เพื่อกำหนดเป้าหมายหมวดหมู่หน้าเว็บที่เจาะจง หน้าเว็บของคุณควรมีโครงสร้างตามประเภทการจัดหมวดหมู่เพื่อให้ฟีเจอร์นี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างเช่น www.domain.com/brand, www.domain.com/brand/category1, www.domain.com/brand/category2)
ได้รับจำนวนการเข้าชมสำหรับชุดของหน้าเฉพาะที่คุณต้องการเพิ่ม Conversion แม้ว่าหน้าอื่นๆ ในหมวดหมู่เดียวกันอาจเพิ่มประสิทธิภาพได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ทีมกฎหมายอาจต้องอนุมัติการใช้หน้า Landing Page ทุกหน้าที่ใช้ในการโฆษณา ปิด Final URL Expansion และใช้ฟีดหน้าเว็บเพื่อจำกัดการจับคู่กับ URL ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านั้น
ฉันไม่ต้องการเพิ่ม Conversion จากหน้า Landing Page อื่นๆ ในเว็บไซต์ ฉันส่งลูกค้าไปยังหน้า Landing Page ได้เพียงหน้าเดียว (เช่น ด้วยเหตุผลด้านนโยบาย) เส้นทางนั้นจึงเป็นเส้นทางเดียวที่ทำให้เกิด Conversion ปิด Final URL Expansion (ไม่แนะนำ)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Final URL Expansion

4. เพิ่มความหลากหลายของชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาให้สูงสุดเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • สร้างกลุ่มชิ้นงานที่เกี่ยวข้องกับธีมเดียว คุณสามารถสร้างกลุ่มชิ้นงานหลายกลุ่มต่อแคมเปญได้หากต้องการ โดยแต่ละกลุ่มชิ้นงานควรเกี่ยวข้องกับธีมแบบรวม (เช่น หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการ)
  • เพิ่มชิ้นงานที่เป็นข้อความ รูปภาพ และวิดีโอให้ได้มากที่สุด (รวมถึงรูปภาพขนาดต่างๆ) ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงผู้บริโภคในรูปแบบที่มีความเกี่ยวข้องมากขึ้นตามบริบทและแนวความคิดของลูกค้า รวมทั้งช่วยให้คุณโปรโมตธุรกิจในที่ต่างๆ ได้มากขึ้น ยิ่งคุณมีชิ้นงานมาก แคมเปญก็จะสร้างรูปแบบโฆษณาได้มากตามไปด้วย และโฆษณาก็จะได้แสดงในพื้นที่โฆษณาจำนวนมากขึ้น ใช้คุณภาพของโฆษณาเพื่อให้ทราบว่าคุณมีการผสมผสานชิ้นงานที่เหมาะสมหรือไม่ จุดใดที่ควรปรับปรุง และเพื่อให้แสดงในพื้นที่โฆษณาที่มีอยู่ทั้งหมดได้
    • ชิ้นงานข้อความควรมีความหมายแตกต่างกัน แต่ก็ยังสื่อความได้ดีเมื่อนำมารวมกัน
    • ใช้รูปภาพคุณภาพสูงที่ไม่ซ้ำใครซึ่งจะดึงดูดให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณ และเรายังมีภาพสต็อกฟรีระหว่างการสร้างแคมเปญด้วย
    • ใส่ชิ้นงานวิดีโอที่ยาวอย่างน้อย 10 วินาที เมื่อพิจารณาจากข้อมูลภายใน ผู้ลงโฆษณาที่มีวิดีโออย่างน้อย 1 รายการในแคมเปญ Performance Max จะได้รับ Conversion เพิ่มเติมทั้งหมดโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12%4 อ้างอิงจากผู้ลงโฆษณาที่อัปโหลดวิดีโอของตนเองหรือใช้ AI ของ Google เพื่อสร้างวิดีโอให้ตนเองโดยอัตโนมัติ
    • หากไม่มีวิดีโอ Performance Max จะสร้างวิดีโอให้โดยอัตโนมัติโดยใช้ชิ้นงานอื่นๆ ของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสร้างวิดีโอของคุณเองได้ง่ายๆ โดยใช้เครื่องมือสร้างวิดีโอในคลังชิ้นงาน และคุณเข้าถึงเครื่องมือนี้ได้ในส่วนชิ้นงานในระหว่างการสร้างแคมเปญหรือหลังจากนั้น
    • อัปโหลดวิดีโอในการวางแนวที่แตกต่างกัน ข้อมูลภายในเผยว่าผู้ลงโฆษณาที่มีการรวมวิดีโออย่างน้อย 1 รายการของการวางแนวแต่ละรูปแบบ (แนวนอน แนวตั้ง และสี่เหลี่ยมจัตุรัส) ให้กับแคมเปญ Performance Max ได้รับ Conversion ใน YouTube เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับวิดีโอในแนวนอนเพียงอย่างเดียว5
  • ใช้ความสามารถในการสร้างชิ้นงานของ Performance Max เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ๆ จำนวนมากซึ่งรวมถึงข้อความและรูปภาพ ด้วยความสามารถของ AI ของ Google (สหรัฐอเมริกาเท่านั้น)
    • เมื่อสร้างแคมเปญหรือกลุ่มชิ้นงาน Performance Max ใหม่ ให้ป้อน URL แล้วคลิก “สร้างชิ้นงาน” ในขั้นตอนการสร้างชิ้นงานเพื่อรับบรรทัดแรก คําอธิบาย และรูปภาพที่แนะนําโดยอัตโนมัติ
    • คุณสามารถรวมความคิดสร้างสรรค์ของคุณเข้ากับ AI ของ Google เพื่อสร้างชิ้นงานข้อความและรูปภาพใหม่ได้ง่ายๆ ใช้พรอมต์ข้อความเพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทชิ้นงานที่ต้องการสร้าง
      • เมื่อสร้างรูปภาพ ให้ใช้พรอมต์อธิบายสิ่งที่ต้องการให้สร้างอย่างชัดเจนและเจาะจงที่สุด โดยสามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของ พื้นหลัง แสง สีที่ต้องการ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังระบุประเภทของสไตล์รูปภาพที่ต้องการได้ด้วย เช่น ภาพถ่ายสมจริงหรือภาพแทน
      • แม้ว่าคุณจะสร้างรูปภาพได้หลากหลายสไตล์ แต่เราขอแนะนําให้ใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อสร้างภาพไลฟ์สไตล์ หรือภาพผลิตภัณฑ์ทั่วไปหากคุณขายผลิตภัณฑ์หลายรายการ
    • เมื่อสร้างชิ้นงานแล้ว คุณจะเลือกชิ้นงานที่ต้องการให้แสดงในแคมเปญได้ หรือจะกำหนดแนวทางให้ AI ของ Google โดยขอให้สร้างชิ้นงานซึ่งคล้ายกับที่เพิ่งสร้างจำนวนมากขึ้นก็ได้เช่นกัน
  • ใช้ชิ้นงานเพิ่มเติม เช่น ไซต์ลิงก์ ข้อความไฮไลต์ โฆษณาแบบกรอกฟอร์ม และการโทร เพื่อช่วยแสดงโฆษณาอย่างโดดเด่นขึ้น และให้รายละเอียดเพิ่มเติมแก่ลูกค้า รวมถึงวิธีต่างๆ ในการติดต่อคุณ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของกลุ่มชิ้นงาน

5. กำหนดแนวทางให้ AI ของ Google โดยใช้สัญญาณของกลุ่มเป้าหมายและธีมการค้นหา.

  • สัญญาณของกลุ่มเป้าหมายเป็นข้อมูลที่จะช่วยยกระดับแคมเปญและเพิ่มประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น ป้อนสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทางให้กับ Google AI และรวมกลุ่มเป้าหมายใน Funnel ระดับล่าง เช่น ข้อมูลของคุณ (ซึ่งรวมถึงรายการการจับคู่ข้อมูลลูกค้าของลูกค้าเดิมที่เคยมีส่วนร่วมกับธุรกิจของคุณในอดีตและผู้เข้าชมเว็บไซต์) หากต้องการใช้การจับคู่ข้อมูลลูกค้า คุณจะต้องสร้างรายชื่อลูกค้า อัปโหลดไปยัง Google Ads และอัปเดตเป็นประจำ

ดูวิดีโอ

Google Ads Tutorials: Audience signals in Performance Max campaigns

  • ธีมการค้นหาให้คุณป้อนข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น คำค้นหาที่คุณรู้ว่าลูกค้ากำลังมองหาอยู่ ซึ่งมาช่วยเสริมข้อมูลที่ Performance Max จะจับคู่กับคุณโดยใช้ URL, ชิ้นงาน และอื่นๆ ธีมการค้นหายังช่วยให้คุณพบกลุ่มเป้าหมายในทุกช่องทางของ Google Ads ตามพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้ด้วย
    • ธีมการค้นหามีประโยชน์ในกรณีที่คุณมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจหรือลูกค้าที่ AI อาจเรียนรู้ได้ยากหรือช้า เช่น หากหน้า Landing Page ไม่มีรายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการที่คุณเสนออย่างครบถ้วนหรืออัปเดตล่าสุด คุณสามารถใช้ธีมการค้นหาเพื่อเติมเต็มช่องว่างได้
    • ธีมการค้นหามีลำดับความสำคัญเดียวกับคีย์เวิร์ดที่ทํางานแบบวลีและคีย์เวิร์ดที่ทํางานแบบกว้างในแคมเปญ Search คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมดซึ่งเหมือนกับคำค้นหาจะมีลำดับความสำคัญเหนือกว่าธีมการค้นหาและคีย์เวิร์ดอื่นๆ
    • ธีมการค้นหาจะเป็นไปตามการยกเว้นแบรนด์ใน Performance Max และคีย์เวิร์ดเชิงลบ
    • ผลการค้นหาที่มาจากธีมการค้นหาจะนำลูกค้าไปยังหน้า Landing Page ที่คุณระบุไว้ผ่าน Final URL Expansion, ฟีดหน้าเว็บ และการตั้งค่า “URL ประกอบด้วย”

6. ทำการทดสอบ A/B เพื่อหาการเพิ่มขึ้น

การทดสอบที่คุณทำได้ในวันนี้มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

  • วัดการเพิ่มขึ้นจากการเพิ่ม Performance Max เป็นส่วนเสริมให้กับแคมเปญแบบผสมที่มีอยู่

ดูวิดีโอ

ดูวิดีโอ

แนวทางปฏิบัติแนะนำสําหรับเป้าหมายโดยเฉพาะ

การประเมินประสิทธิภาพ

แนวทางปฏิบัติแนะนำโดยทั่วไปในการประเมินผลการทดสอบ

  • พิจารณาระยะเวลาก่อนที่จะเกิด Conversion เพื่อให้เห็นภาพรวมประสิทธิภาพที่สมบูรณ์
    • เช่น หากโดยทั่วไปแล้วผู้ใช้จะทำ Conversion ภายใน 7 วันนับจากการมีส่วนร่วมกับโฆษณา อย่ารวมข้อมูลของสัปดาห์ล่าสุดขณะประเมินประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะข้อมูลของคุณยังไม่มี Conversion จาก 7 วันนั้น
  • ตรวจสอบคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อหาวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพของแคมเปญ คุณจะเห็นคําแนะนําในการปรับปรุงแคมเปญ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ และนําคําแนะนําไปใช้ได้อย่างง่ายดายผ่านแท็บคําแนะนํา
    • หน้าข้อมูลเชิงลึกช่วยให้คุณได้เห็นว่าปัจจัยใดมีผลต่อประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น กลุ่มเป้าหมายและธีมการค้นหาที่โดดเด่นที่สุด
    • ไปที่หน้าข้อมูลเชิงลึกทุกวันเพื่อดูข้อมูลเชิงลึกที่ปรับเปลี่ยนในแบบของคุณ ข้อมูลเชิงลึกจะรีเฟรชทุกวันและปรับให้เหมาะกับคุณและธุรกิจ การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอช่วยให้คุณทราบถึงพฤติกรรมของลูกค้าและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

ดูข้อมูลเกี่ยวกับรายงานและข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ที่สามารถใช้เจาะลึกประสิทธิภาพ รวมถึงการรายงานประสิทธิภาพของช่องทาง ได้จากคู่มือแนวทางปฏิบัติแนะนําในการประเมินผลลัพธ์ของ Performance Max

กลับขึ้นไปด้านบน
1. แหล่งที่มา: ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, Google Ads, ตุลาคม 2023 - พฤศจิกายน 2023
2. ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจากการศึกษาภายใน ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างไปตามรายละเอียดของแคมเปญ แหล่งที่มา: ข้อมูลภายในของ Google ทั่วโลกจากการทดสอบ A/B ในธุรกิจทุกประเภทช่วงเดือนต.ค. 2022 - เม.ย. 2023
3. แหล่งที่มา: ข้อมูลใน Google, ทั่วโลก, Google Ads, กุมภาพันธ์ 2023 - เมษายน 2023
4.แหล่งที่มา: ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, พฤศจิกายน 2022
5.แหล่งที่มา: ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, พฤศจิกายน 2022
6. ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจากการศึกษาภายใน ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างไปตามรายละเอียดของแคมเปญ
7. แหล่งที่มา: ข้อมูลใน Google, ทั่วโลก, Google Ads, ธันวาคม 2022 - มกราคม 2023
8. แหล่งที่มา: ข้อมูลใน Google, ทั่วโลก, Google Ads, กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2023