ข้ามไปที่เนื้อหา

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

แนวทางปฏิบัติแนะนำเกี่ยวกับแคมเปญ Performance Max ที่ทำงานด้วยระบบ AI สำหรับผู้ค้าปลีก

Social Module

แชร์

ปัจจุบันผู้บริโภคมีตัวเลือกมากกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการหาแรงบันดาลใจ ค้นหาข้อมูล หรือซื้อ ในช่วงเทศกาลวันหยุดปี 2022 ผู้เลือกซื้อ 55% ใช้ช่องทางอย่างน้อย 5 ช่อง ตั้งแต่วิดีโอไปจนถึงโซเชียลมีเดีย เพื่อเลือกซื้อในช่วงเวลา 2 วัน1 AI ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวตามดีมานด์ของผู้บริโภคซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้แบบเรียลไทม์ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่มีคุณค่ามากที่สุดขณะสลับใช้ช่องทางต่างๆ

นักการตลาดแบบค้าปลีกจํานวนมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้ Performance Max เป็นโซลูชันสําคัญที่ตอบสนองต่อลูกค้าที่กําลังเลือกซื้อ Performance Max ที่ทำงานด้วยระบบ AI ของ Google ช่วยผู้ค้าปลีกเพิ่มยอดขายและเพิ่มประสิทธิภาพ ROI ในช่องทางและพื้นที่โฆษณาทั้งหมดของ Google Ads เช่น Search, YouTube, Display, Discover และ Google Maps

เมื่อใช้ Performance Max โฆษณา Shopping และโฆษณาสินค้าคงคลังในร้านจะยังคงเป็นรูปแบบที่สําคัญซึ่งแสดงในผลการค้นหาของ Google Search และ Shopping นอกจากนี้ Performance Max ยังมีการต่อยอดเพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าที่มีคุณค่าได้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่ม Conversion จากช่องทางและพื้นที่โฆษณาเพิ่มเติมได้ด้วย เราช่วยให้คุณวัดผลที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากแคมเปญ Shopping มาตรฐานไปใช้ Performance Max ได้อย่างง่ายดาย

แคมเปญ Performance Max อิงตามเป้าหมายและสามารถกําหนดค่าให้เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อยอดขายออนไลน์ ยอดขายในร้าน หรือยอดขายจากการเข้าถึงลูกค้าจากทุกช่องทาง (Omnichannel) การระบุเป้าหมายและให้ข้อมูลอื่นๆ จะช่วยให้คุณรวมความเชี่ยวชาญด้านการตลาดเข้ากับความสามารถของ AI ของ Google เพื่อเพิ่มยอดขายที่ให้ผลกําไรสูงสุดได้

เล่นภาพเคลื่อนไหว หยุดภาพเคลื่อนไหวชั่วคราว

วางรากฐานให้แคมเปญ Performance Max

ปรับปรุงฟีดผลิตภัณฑ์เพื่อให้โฆษณาโดดเด่น

  • อัปโหลดคำอธิบายและรูปภาพผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ รวมถึงอัปเดตราคาผลิตภัณฑ์และความพร้อมจําหน่ายหากมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง
  • ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่แสดงในรายการได้รับอนุมัติ และใช้คอลัมน์ปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อระบุแอตทริบิวต์ฟีดที่ขาดหายไปหรือมองหาข้อเสนอที่มีประสิทธิภาพต่ำ
  • เพิ่มฟีดผลิตภัณฑ์ในร้านเพื่อเปิดใช้โฆษณาสินค้าคงคลังในร้านโดยอัตโนมัติเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์และโปรโมชันที่มีในร้านค้า
  • คุณยังสามารถใช้ฟีดเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมาที่โฆษณาด้วยดีลได้โดยการสร้างโปรโมชันหรือคำอธิบายประกอบราคาที่ต่ำลง สร้างคําอธิบายประกอบการจัดส่งฟรีและรวดเร็วเพื่อแสดงว่าคุณจัดส่งอย่างรวดเร็ว และใช้คําอธิบายประกอบการคืนสินค้าเพื่อไฮไลต์ระยะเวลาที่รับคืนสินค้า เช่น “คืนสินค้าฟรีภายใน 90 วัน”
  • พิจารณาใส่ป้ายกำกับที่กำหนดเองในฟีด เช่น “ขายดี” “มาแรง” หรือ “ผลิตภัณฑ์ช่วงเทศกาล” เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์มีลําดับความสําคัญสูง จากนั้นก็อาจใช้ป้ายกํากับดังกล่าวเพื่อแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกเป็นแคมเปญหรือกลุ่มชิ้นงานแยกกันได้หากต้องการ

วางรากฐานสําหรับการวัดผลที่แม่นยำเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโต

  • สร้างการติดแท็กทั่วเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพด้วยแท็ก Google เพื่อเก็บข้อมูลที่สําคัญที่สุดสําหรับคุณ
  • ตั้งค่า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัด Conversion และช่วยให้เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • กําหนดมูลค่าการเข้าชมร้านค้าหรือใช้มูลค่ายอดขายในร้านเพื่อวัดเส้นทางการซื้อทั้งหมดและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญเพื่อกระตุ้นการซื้อในร้านค้า คุณยังสามารถสร้างตัวแปรที่กําหนดเองสําหรับยอดขายในร้านเพื่อเข้าถึงการรายงานที่ละเอียดยิ่งขึ้นได้ด้วย เช่น การรายงานตามกลุ่มลูกค้าหรือหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์
  • หากคุณมีแอป ให้สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นจากเว็บไปยังแอปและปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญด้วย Web to App Connect คุณสามารถตั้งค่า Deep Link เพื่อส่งผู้ใช้ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องในแอปโดยตรงเมื่อผู้ใช้คลิกโฆษณาในเว็บบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ อีกทั้งยังตั้งค่าการวัด Conversion ในแอปและการเสนอราคาเพื่อวัดการกระทำในแอป เช่น การซื้อและการลงชื่อสมัครใช้ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญได้ด้วย

“เมื่อการใช้งานแอปเพิ่มขึ้น เราจึงต้องติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพ Conversion ในแอปของแคมเปญบนเว็บที่ใช้อยู่ เราใช้ Web to App Connect เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าที่มีแอปของเราอยู่แล้วได้รับประสบการณ์การใช้งานโฆษณาที่ดีที่สุด”

- Marc Mulder หัวหน้าฝ่ายการค้นหาของ de Bijenkorf

หลังจากนํา Web to App Connect มาใช้ เราได้รับ Conversion เพิ่มขึ้น 2 เท่าและได้มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 48% เมื่อลูกค้าเข้ามาที่แอปแทนที่จะเป็นเว็บไซต์เวอร์ชันอุปกรณ์เคลื่อนที่

กลยุทธ์การเสนอราคาแบบองค์รวมนี้ยังปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญโดยรวมด้วย โดยเราได้รับ ROAS เพิ่มขึ้น 68% จากแคมเปญ Performance Max

แชร์มูลค่า Conversion เพื่อให้การเพิ่มประสิทธิภาพและการรายงานดีขึ้น

  • เมื่อใช้เครื่องมือวัด Conversion คุณสามารถกำหนดมูลค่าเดียวกันให้กับ Conversion ทุกรายการ หรือจะให้ Conversion แต่ละรายการมีมูลค่าที่ต่างกันก็ได้ สําหรับผู้ค้าปลีก เราขอแนะนําอย่างยิ่งให้ระบุมูลค่าเฉพาะธุรกรรมสําหรับ Conversion แต่ละรายการเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าที่มีราคาต่างกัน และคุณต้องการเพิ่มรายได้ทั้งหมดให้มากที่สุด
  • ใช้กฎมูลค่า Conversion เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าที่จะปรับแต่งการเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสมยิ่งขึ้น กําหนดมูลค่าให้ประเภทลูกค้า อุปกรณ์ สถานที่ตั้ง การเข้าชมร้านค้า หรือยอดขายในร้านที่มีค่าต่ำหรือสูง

วางแผนงบประมาณเนิ่นๆ แต่เตรียมพร้อมที่จะคว้าโอกาสในการขายเพิ่มเติม

ใช้เครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพเพื่อระบุงบประมาณและกลยุทธ์การเสนอราคาที่จะเพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุด

  • ใช้เครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพเพื่อดูการคาดการณ์ประสิทธิภาพรายเดือนและรายไตรมาสของแคมเปญ รับคำแนะนำที่จะช่วยให้แคมเปญทำงานได้ดีขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม รวมถึงดูว่าการใช้จ่ายและประสิทธิภาพได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างหากคุณเปลี่ยนแปลงงบประมาณหรือเป้าหมายราคาเสนอ
  • การคาดการณ์ของเครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพยังปรับเปลี่ยนไปตามเทศกาลประจำปีเพื่อให้คุณสํารวจโอกาสในการเกิด Conversion ในช่วงเวลาสําคัญ เช่น วันหยุด ได้ด้วย

สํารวจการคาดการณ์ดีมานด์เพื่อคว้าโอกาสเมื่อมีดีมานด์เพิ่มขึ้น

  • การคาดการณ์ดีมานด์ช่วยให้ทราบแนวโน้มที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณ เพื่อให้คุณวางแผนกำหนดงบประมาณและกลยุทธ์การเสนอราคาได้อย่างเหมาะสม
  • ตรวจสอบว่าน่าจะเริ่มมีดีมานด์เพิ่มขึ้นเมื่อใด: คุณอาจทราบอยู่แล้วว่ามีเทศกาลใดบ้างที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ เช่น แบล็คฟรายเดย์ ดูการคาดการณ์ว่าจะมีดีมานด์เพิ่มมากเพียงใดสําหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสําคัญประจำปีดังกล่าว
  • ระบุเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ: อาจมีเหตุการณ์ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ส่งผลให้มีดีมานด์เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่คุณเสนอ ตรวจสอบเหตุการณ์เหล่านี้และพิจารณาปรับแคมเปญเพื่อรองรับดีมานด์

ดูคําแนะนําเพื่อให้ทราบเคล็ดลับในการกำหนดงบประมาณ เสนอราคา และอื่นๆ

  • ดูคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้เห็นจุดที่แคมเปญมีโอกาสเติบโต ยิ่งมีคะแนนมาก ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญมากขึ้น นอกจากนี้ให้ดูคําแนะนําเกี่ยวกับวิธีปรับปรุงแคมเปญ
  • ตัวอย่างเช่น คุณอาจเห็นคําแนะนําให้เพิ่มหรือกระจายงบประมาณใหม่สําหรับการเข้าชมที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อการจําลองของเราแสดงให้เห็นว่าคุณอาจพลาดผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า หรือโฆษณาอาจหยุดทํางานในวันที่ได้รับการเข้าชมมากที่สุด
  • คุณยังจะเห็นและใช้คําแนะนําประเภทอื่นๆ เพื่อปรับปรุงแคมเปญได้ด้วย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่

ใช้การปรับเฉพาะช่วงเวลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสําหรับกิจกรรมโปรโมชันระยะสั้นหรือกิจกรรมอื่นๆ

  • หากคุณคาดว่าอัตรา Conversion จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ ให้ใช้การปรับเฉพาะช่วงเวลาเพื่อเตรียมความพร้อม การปรับเฉพาะช่วงเวลาเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสําหรับกิจกรรมระยะสั้นที่เกิดไม่บ่อย ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตรา Conversion อาจเปลี่ยนแปลงอย่างมาก (เช่น มากกว่า 30%) ในกรอบเวลาสั้นๆ (ไม่ถึง 7 วัน) ตัวอย่างเช่น การลดราคาครั้งใหญ่ระยะเวลา 3 วัน หรือช่วงสุดสัปดาห์แบล็คฟรายเดย์
  • คุณควรใช้การปรับตามฤดูกาลกับแคมเปญที่มีอยู่เท่านั้น เนื่องจากต้องมีประวัติ Conversion
  • หากคุณจะจัดโปรโมชันระยะยาวหรือคาดว่าอัตรา Conversion จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อย เราขอแนะนําให้ปรับเป้าหมาย ROAS หรือ CPA ด้วยตนเองเพื่อช่วยให้ Smart Bidding ทำงานได้เหมาะกับช่วงเวลาดังกล่าว

กำหนดโครงสร้างแคมเปญเพื่อความสำเร็จ

รวมโครงสร้างแคมเปญเพื่อช่วยให้ AI ของ Google เรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น

  • เมื่อสร้างแคมเปญ Performance Max ใหม่ คุณควรรวมโครงสร้างแคมเปญในส่วนที่ทําได้ AI ของ Google จะทํางานได้ดีที่สุดเมื่อสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในช่องทางต่างๆ โดยใช้งบประมาณแบบรวม

กรณีที่ควรสร้างหลายแคมเปญ

  • บางครั้งการจัดการแคมเปญ Performance Max แยกกันนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะกว่า ตัวอย่างเช่น คุณอาจมีแคมเปญสําหรับแต่ละประเทศและ/หรือภาษา หรืออาจมีงบประมาณหรือเป้าหมาย ROAS ที่แตกต่างกันสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด ช่วงเทศกาล หรือร้านค้าแต่ละแห่ง
  • ในช่วงเทศกาลวันหยุด คุณอาจต้องจัดลําดับความสําคัญของผลิตภัณฑ์บางประเภทและสร้างแคมเปญ Performance Max แยกต่างหากสําหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น
    • ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการแคมเปญสําหรับสินค้าช่วงเทศกาล แคมเปญสําหรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนต่างกำไรสูง และแคมเปญสําหรับวัตถุประสงค์อื่นๆ ทั้งหมด การตั้ง ROAS เป้าหมายให้ต่ำลงยังช่วยเพิ่มการมองเห็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนถึงช่วงที่มีการเลือกดูสูงสุดด้วย

กรณีที่ควรใช้กลุ่มชิ้นงานเพื่อแบ่งกลุ่มแคมเปญเดียว

  • สร้างกลุ่มชิ้นงานหลายกลุ่มภายในแคมเปญเดียวกันเพื่อรวมชิ้นงานที่ควรแสดงในชุดหรือธีม (เช่น กลุ่มชิ้นงานที่แตกต่างกันสําหรับจานกับถ้วย)
  • คุณอาจยังต้องสร้างกลุ่มชิ้นงานหลายกลุ่มในกรณีที่ชิ้นงานบางรายการเกี่ยวข้องกับสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายหนึ่งๆ ที่ป้อนไว้มากกว่าด้วย ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการชิ้นงานที่แตกต่างกันสําหรับกลุ่มเป้าหมายตามการจับคู่ข้อมูลลูกค้า เช่น ลูกค้าที่ซื้อจักรยาน เพื่อที่จะขายครอสเซลหมวกกันน็อคจักรยาน
  • ในช่วงเทศกาล เราขอแนะนําให้สร้างกลุ่มชิ้นงานใหม่สําหรับเทศกาลนั้นโดยเฉพาะภายในแคมเปญที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตลอดได้รับผลกระทบและยังเพิ่มประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลได้ด้วย คุณควรอัปโหลดชิ้นงานและกลุ่มชิ้นงานใหม่สำหรับเทศกาลล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับอนุมัติ
  • ใช้การตั้งเวลากลุ่มชิ้นงานเพื่อเปิดใช้งานกลุ่มชิ้นงานสำหรับเทศกาลหรือสำหรับบางช่วงเวลาเมื่อถึงเวลาที่ระบุ ตัวอย่างเช่น คุณอาจตั้งเวลาชิ้นงานธีมเทศกาลชุดใหม่ก่อนการลดราคาหรือโปรโมชันพิเศษทั่วทั้งเว็บไซต์

ป้อนข้อมูลสําคัญเพื่อเป็นแนวทางให้ AI ของ Google บรรลุผลลัพธ์ได้ดีขึ้น

ใช้กลยุทธ์การเสนอราคาตามมูลค่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้งบประมาณที่ตั้งไว้

  • หลังจากที่คุณกําหนดมูลค่าให้กับ Conversion ให้ใช้กลยุทธ์การเสนอราคาตามมูลค่าที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ใช้การเสนอราคาแบบเพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุดเพื่อช่วย AI ของ Google เพิ่มมูลค่า Conversion ทั้งหมดของแคมเปญภายในงบประมาณรายวันที่ระบุ
  • ตั้ง ROAS เป้าหมายตามสิ่งที่จะให้ผลกําไรสูงสุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น พิจารณาต้นทุนสินค้าขายและมูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า

เข้าถึงลูกค้าใหม่ด้วยเป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่

  • ใช้เป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่เพื่อเพิ่มรายได้สูงสุด พร้อมทั้งดึงดูดลูกค้าใหม่มายังธุรกิจให้มากขึ้น
  • เลือกโหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่เพื่อให้แคมเปญทำงานได้ดีขึ้น แล้วจัดลําดับความสําคัญและเสนอราคาที่สูงขึ้นสําหรับลูกค้าใหม่ ในขณะเดียวกันก็ยังคงเพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิมให้สูงสุด
  • การได้ลูกค้าใหม่ที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพมูลค่าสูงพร้อมใช้งานแล้วในรุ่นเบต้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลูกค้าใหม่ที่มีมูลค่าที่คาดการณ์ไว้ตลอดช่วงชีวิตสูง ในขณะเดียวกันก็ยังคงเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ปกติและดึงดูดลูกค้าเดิมให้มีส่วนร่วม โปรดติดต่อทีมดูแลบัญชี Google หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
  • เลือกโหมดเฉพาะลูกค้าใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะกับการได้ลูกค้าใหม่เท่านั้น เมื่อใช้โหมดนี้ คุณอาจพลาดยอดขายจากลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซึ่งทำการซื้อเนื่องจากได้มีส่วนร่วมกับโฆษณา โหมดนี้เหมาะสำหรับบางกรณี เช่น คุณมีงบประมาณเฉพาะสำหรับการได้ลูกค้าใหม่
  • ระบุแหล่งข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าเป็นลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ แจ้งคำจำกัดความของ “ลูกค้าใหม่” ด้วยการติดแท็กเว็บไซต์ (แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์และพารามิเตอร์ลูกค้าใหม่) ให้รายชื่อลูกค้าเดิมซึ่งได้จากบุคคลที่หนึ่งผ่านการจับคู่ข้อมูลลูกค้า รวมถึงเลือกใช้รายชื่อลูกค้าที่อิงตาม Conversion
เรื่องราวความสำเร็จ

Hairstory เป็นผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่กำลังเติบโตในสหรัฐอเมริกาซึ่งปฏิวัติวงการด้วยการจินตนาการถึงอนาคตที่ไร้แชมพู บริษัทร่วมงานกับเอเจนซี Better & Stronger และพร้อมลองใช้เป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่กับ Performance Max เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ Hairstory สามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีคุณค่าสูงได้มากขึ้น

ซึ่งช่วยให้ได้รับผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) เพิ่มขึ้น 31%

รวมทั้งยังบรรลุวัตถุประสงค์ในการเพิ่ม Conversion จากลูกค้าใหม่ ซึ่งทําให้ได้ลูกค้าใหม่ที่ทำ Conversion เพิ่มขึ้น 545%

“เมื่อผู้ใช้ได้ลองผลิตภัณฑ์ เราก็มีอัตราการคงผู้ใช้ไว้สูงมาก ความท้าทายหลักคือการเพิ่มการได้ลูกค้าใหม่ในระยะแรก เรายึดวัตถุประสงค์นี้โดยมุ่งเน้นที่การได้ลูกค้าใหม่จาก Search และ Performance Max และเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเรื่อยมา”

- Karthik Paramasivam หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Hairstory

เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมโดยใช้ประโยชน์ของข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่ง

  • เพิ่มสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายที่จะช่วยให้ AI ของ Google พบลูกค้าที่เกี่ยวข้องและเพิ่มจํานวน Conversion ได้
  • ข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งที่ได้รับความยินยอมจากผู้ที่เคยซื้อซึ่งแชร์ผ่านการจับคู่ข้อมูลลูกค้าเป็นสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายประเภทที่มีคุณค่าที่สุด กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่มีประโยชน์ในการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อความค้นหา, URL ของเว็บไซต์ และแอปที่ลูกค้ามักมีส่วนร่วม
  • รีเฟรชรายการนี้บ่อยๆ เพื่อให้แคมเปญทำการเพิ่มประสิทธิภาพโดยพิจารณาจากข้อมูลล่าสุด

สร้างครีเอทีฟโฆษณาให้มีความหลากหลายและจำนวนมากที่สุดเพื่อให้ตรงใจลูกค้าจํานวนมากขึ้นในช่องทางต่างๆ

  • หากคุณมีเป้าหมายยอดขายออนไลน์ ระบบจะใช้ฟีดผลิตภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างและแสดงโฆษณา เราขอแนะนําอย่างยิ่งให้เพิ่มชิ้นงานข้อความ รูปภาพ และวิดีโอที่หลากหลายด้วย แล้วรีเฟรชเป็นประจํา วิธีนี้ช่วยให้แคมเปญ Performance Max แสดงในพื้นที่โฆษณาที่มีสิทธิ์ได้มากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • หากจะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายของร้านค้า คุณต้องใส่ชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาทั้งหมด ได้แก่ ข้อความบรรทัดแรก คําอธิบาย รูปภาพ โลโก้ วิดีโอ คำกระตุ้นให้ดำเนินการ ชื่อธุรกิจ และ URL สุดท้าย
  • ตอนนี้เราได้ผสานรวมเครื่องมือ Video Creation ไว้ในเวิร์กโฟลว์การสร้างและแก้ไขแคมเปญ Performance Max เพื่อช่วยให้การจัดทำโฆษณาวิดีโอคุณภาพสูงง่ายขึ้น
  • หมายเหตุ: หากไม่ได้ให้ครีเอทีฟโฆษณาวิดีโอของคุณเอง ระบบอาจสร้างวิดีโออย่างน้อย 1 รายการให้โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยกระตุ้น Conversion จำนวนมากขึ้นจากพื้นที่โฆษณานี้ วิดีโอเหล่านี้จะสร้างจากชิ้นงานข้อความ รูปภาพ และฟีดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เพื่อให้วิดีโอมีความเกี่ยวข้องและคุณภาพสูงสุด

เปิดใช้ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติและ Final URL Expansion เพื่อเพิ่มยอดขายจาก Search

  • ก่อนอื่น ให้เปิดใช้ฟีเจอร์ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติอยู่เสมอ เพื่อสร้างบรรทัดแรกและคําอธิบายที่เกี่ยวข้องมากขึ้นเพื่อให้เหมาะกับการค้นหาของผู้ใช้มากขึ้น
  • จากนั้นเปิด Final URL Expansion ซึ่งจะช่วยให้คุณพบคําค้นหาใหม่ๆ ที่ทําให้เกิด Conversion และแทนที่ URL สุดท้ายด้วยหน้า Landing Page อื่นในเว็บไซต์ที่ตรงกับความตั้งใจของผู้ใช้มากกว่า นอกจากนี้ Final URL Expansion ยังทําให้ชิ้นงานที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติมีหน้า Landing Page ให้เลือกมากขึ้น เพื่อช่วยในการสร้างชิ้นงานที่เกี่ยวข้องและมีความหลากหลายยิ่งขึ้น
  • หากจำเป็นต้องใช้การยกเว้นกับ Final URL Expansion ให้ใช้กฎการยกเว้น URL หรือพารามิเตอร์ของ URL, คีย์เวิร์ดเชิงลบระดับบัญชี และการยกเว้นแบรนด์ระดับแคมเปญ
  • หมายเหตุ: Final URL Expansion ใช้ไม่ได้กับแคมเปญที่เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเป้าหมายของร้านค้าเท่านั้น

ใช้การรายงานและข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินผลลัพธ์

ทําความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของประสิทธิภาพ

  • เมื่อใช้การรายงานกลุ่มชิ้นงานที่ปรับปรุงแล้ว คุณจะดู Conversion, มูลค่า Conversion, ต้นทุน และเมตริกอื่นๆ อีกหลายรายการได้ในระดับกลุ่มชิ้นงาน ค้นพบว่ากลุ่มชิ้นงานต่างๆ มีผลต่อประสิทธิภาพอย่างไร และควรปรับปรุงด้านใดเป็นอันดับแรก เช่น การเพิ่มชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาหรือการเพิ่มประสิทธิภาพชิ้นงานที่มีอยู่
  • ใช้คําอธิบายเพื่อตรวจสอบความผันผวนของประสิทธิภาพ คําอธิบายชี้แจง “เหตุผล” ของการเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพที่สําคัญและแนะนําการดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพ
  • สัญญาณที่โดดเด่นที่สุดในรายงานกลยุทธ์การเสนอราคาเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีประโยชน์ซึ่งช่วยให้เห็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ สัญญาณที่โดดเด่นที่สุดรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงประเภทอุปกรณ์ ตำแหน่งที่ตั้ง วันในสัปดาห์ ช่วงเวลาของวัน คำค้นหา และรายการการจับคู่ข้อมูลลูกค้า
  • ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพเพื่อให้ทราบว่ากลุ่มชิ้นงาน ผลิตภัณฑ์ และประเภทผลิตภัณฑ์ใดกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพ

ดูว่าชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาใดตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

  • ใช้คุณภาพของโฆษณาเพื่อดูว่าชิ้นงานมีคุณภาพ “ต่ำ” “ดี” หรือ “ดีที่สุด” และต้องเพิ่มชิ้นงานใหม่ให้ AI ของ Google ใช้ในครีเอทีฟโฆษณาหรือไม่ หากมีชิ้นงานครบจํานวนสูงสุดแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนชิ้นงานที่มีคุณภาพต่ำกว่าเป็นชิ้นงานใหม่ที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้
  • ใช้รายงานชุดค่าผสมเพื่อทําความเข้าใจกลุ่มชิ้นงานแบบผสมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับกลุ่มชิ้นงานแต่ละกลุ่ม รายงานนี้ยังช่วยให้เห็นภาพว่าระบบจะใช้ชิ้นงานข้อความ รูปภาพ และวิดีโอแต่ละรายการในโฆษณารูปแบบต่างๆ อย่างไร
  • สํารวจข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับชิ้นงานเพื่อดูว่าชิ้นงานใดตรงใจกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่สุด ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการสร้างชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาใหม่เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพสูง

ทําความเข้าใจลูกค้าที่มีคุณค่าสูงและค้นพบกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

  • ดูข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ทราบความสนใจและพฤติกรรมยอดนิยมของลูกค้าที่ทํา Conversion ในแคมเปญ Performance Max และดูว่ากลุ่มเป้าหมายใดทํา Conversion ในอัตราที่สูงกว่า
  • ทําความเข้าใจข้อมูล Conversion ของกลุ่มที่คุณป้อนเป็นสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายโดยดูที่กลุ่มที่มีป้ายกํากับ “สัญญาณ” มุ่งเน้นกลุ่มที่มีป้ายกำกับว่า “เพิ่มประสิทธิภาพ” เพื่อดูกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ AI ของ Google ช่วยค้นหาซึ่งคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สํารวจวิธีที่ลูกค้าค้นหา

  • ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อความค้นหาเพื่อดูคำค้นหาของลูกค้าที่จัดไว้เป็นหมวดหมู่ ตอนนี้คุณสามารถใช้ช่วงวันที่ที่กําหนดเองเพื่อดูข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านมาได้แล้ว
  • ดูเทรนด์การค้นหาเพื่อให้ทราบว่าคุณตามทันดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณหรือไม่ ใช้ข้อมูลเชิงลึกนี้ในการวางแผนงบประมาณ พื้นที่โฆษณา โปรโมชัน และหน้า Landing Page ตามความสนใจในการค้นหาของลูกค้าซึ่งกำลังอยู่ในกระแส

วิเคราะห์รายงานที่เน้นการค้าปลีก

  • ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในหน้าผลิตภัณฑ์ใน Google Ads เพื่อระบุโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพระดับผลิตภัณฑ์โดยอิงตามศักยภาพของตลาด และนําการเปลี่ยนแปลงไปใช้ได้ง่ายขึ้นด้วยคําแนะนําที่ดําเนินการได้ นอกจากนี้ คุณยังใช้แท็บการวินิจฉัยเพื่อดูและแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการได้ด้วย
  • เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหมวดหมู่ในหน้าผลิตภัณฑ์ของ Google Ads คุณจะเห็นว่าหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใดมาแรง และสามารถปรับรายละเอียดของหมวดหมู่และหมวดหมู่ย่อยที่กำลังดูได้
  • ดูผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในรายงานสินค้าขายดีใน Google Merchant Center เพื่อให้ทราบดีมานด์สำหรับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ รวมถึงจัดลําดับความสําคัญของผลิตภัณฑ์ที่จะแสดงในแคมเปญการโฆษณา
  • ใช้รายงานความสามารถในการแข่งขันด้านราคาใน Google Merchant Center เพื่อวิเคราะห์การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันของคู่แข่งตามหมวดหมู่ ประเทศ และแบรนด์ ใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การตั้งราคาและการเสนอราคาสำหรับผลิตภัณฑ์ยอดนิยม
กลับขึ้นไปด้านบน
1. แหล่งที่มา: Google/Ipsos, การศึกษาการเลือกซื้อในช่วงเทศกาล (Holiday Shopping Study) ซึ่งเริ่มทำตั้งแต่ 13 ต.ค. 2022 - 4 ม.ค. 2023 ผ่านแบบสำรวจออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 8,467 คนซึ่งเป็นชาวอเมริกันอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ได้เลือกซื้อสินค้าช่วงเทศกาลใน 2 วันที่ผ่านมา
2. ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, Google Ads, ตุลาคม 2022 - มีนาคม 2023
3. การวิจัยความยืดหยุ่นในการปรับงบประมาณและการรวมช่องทางโดย Google/Kantar ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย บราซิล เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่เดือนมีนาคม - มิถุนายน 2022 โดยมีผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นผู้ลงโฆษณาที่ปรับงบประมาณจำนวน 416 ราย และไม่ปรับงบประมาณจำนวน 1,677 ราย
4. ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, พฤศจิกายน 20225. ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, Google Ads, กุมภาพันธ์ - เมษายน 2023