ข้ามไปที่เนื้อหา

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

ต้องการสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ใช่ไหม

คุณกำลังจะสร้างบัญชี Google Ads ใหม่ คุณสามารถสร้างแคมเปญหลายแคมเปญได้ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่

เปิดรายงาน e-Conomy SEA 2025: อินไซต์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย

Google, Temasek และ Bain & Company เปิดตัวรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report) ฉบับครบรอบ 10 ปี ที่มีชื่อว่า “From Digital Decade to AI Reality: Accelerating the future in ASEAN”

Connected devices, autonomous vehicles, wind turbines with solar panels, and drone delivery overlaid with “e-Conomy SEA 2025,” represent SEA’s digital economy and AI’s role in driving business growth.

อ่านรายงาน e-Conomy SEA 2025 ฉบับเต็มได้ที่นี่

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะมีอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยก็ยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) จะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งโตขึ้น 16% จาก 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 โดยมีภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

อีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจากความนิยมของวิดีโอคอมเมิร์ซ

อีคอมเมิร์ซยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และมีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคฯ (โตขึ้น 22% จากปีที่ผ่านมา) โดยคาดว่าจะแตะ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งปัจจัยสำคัญของการเติบโตนี้คือวิดีโอคอมเมิร์ซที่กำลังเฟื่องฟู โดยพบว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอมากถึง 850,000 ราย ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 175% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้

[TwG-TH]-#17031---e-Conomy-SEA-2025--Primed-for-the-next-wave-of-AI-enabled-growth-_-Design_01

ปัจจุบัน ไทยเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคฯ ด้วยปริมาณธุรกรรมที่สูงถึง 1.3 พันล้านครั้ง โดยปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตนี้คือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคสูง เช่น สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 21% ของมูลค่าสินค้ารวมของวิดีโอคอมเมิร์ซ การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางใหม่ๆ ให้กับผู้ขาย แพลตฟอร์ม และแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอีกด้วย

การผสานรวมระหว่างการขายสินค้าและการทำคอนเทนต์เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน โดยปัจจุบัน ภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไทยมีการเติบโตที่เร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ไทยยังเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งภาคส่วนอื่นๆ ก็กำลังได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตนี้ด้วย เราเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจหลักๆ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้จะเผชิญกับความท้าทายจากหลายด้าน โดยคาดว่ามูลค่าสินค้ารวมจะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

การท่องเที่ยวออนไลน์ยังคงเติบโตแม้ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวช้า

การท่องเที่ยวออนไลน์คาดว่าจะโตขึ้น 6% และมูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวช้า แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายขึ้นนอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการยกเว้นวีซ่าให้ครอบคลุม 93 ประเทศโดยอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 60 วัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตนี้โดยตรงเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังคงเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลกโดยเน้นบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล และเดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตาชาวโลก

ภาคธุรกิจหลักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากอีคอมเมิร์ซและการท่องเที่ยวออนไลน์แล้ว ภาคธุรกิจหลักอื่นๆ ก็มีแนวโน้มการเติบโตในเชิงบวกด้วยเช่นกัน

  • บริการด้านการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services หรือ DFS) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งทางดิจิทัล (Digital Wealth) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโต 29% และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets under management หรือ AUM) แตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่บริการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) คาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้าง (Loan Book Balance) สูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโต 21% ด้านการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payments) คาดว่าจะมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value หรือ GTV) สูงถึง 1.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 โดยโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเงินดิจิทัล โดยคาดว่าจะมีธนาคารดิจิทัล 3 แห่งได้รับอนุมัติใบอนุญาตให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินและธุรกิจ SME ขนาดเล็ก ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อก็ได้ปรับลดลงตามความต้องการสินเชื่อที่ลดลง และยังมีการเพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบเพื่อให้การปล่อยสินเชื่อเป็นธรรมยิ่งขึ้น
  • สื่อออนไลน์ ซึ่งได้แก่ วิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ เกม และโฆษณา ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 8% โดยคาดว่ามูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ภาคธุรกิจนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากโฆษณาที่มาจากการขยายเครือข่ายสื่อค้าปลีก การเจาะตลาดเชิงลึกของวิดีโอคอมเมิร์ซ และการทำแคมเปญโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้น ที่น่าสนใจก็คือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีอิทธิพลในด้านต่างๆ ยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญสำหรับการบริโภคเพลงและมักทำให้เกิดเทรนด์ระดับโลกด้วยเพลง T-Pop
  • การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือด และการถอนตัวของผู้ให้บริการรายใหญ่ แพลตฟอร์มที่เหลือจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกำไรด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ แพลตฟอร์มต่างๆ จึงให้ข้อเสนอที่หลากหลายแก่ผู้บริโภคและสร้างช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ เช่น แพ็กเกจสมาชิก บัตรกำนัลรับประทานอาหารภายในร้าน และโฆษณาในแอป

ปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตด้วย AI

ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ระดับโลก ประเทศไทยก็กำลังดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรระดับประเทศอย่างแข็งขัน โครงการริเริ่มของรัฐบาลที่ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อยกระดับทักษะของนักศึกษาและแรงงานสอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ของคนไทย ซึ่งเห็นได้จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร Generative AI ในไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 3.3 เท่า และการที่ภาคเอกชนนำ AI มาใช้จริงในอัตราที่รวดเร็ว ตั้งแต่การใช้ AI วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ในภาคสาธารณสุข ไปจนถึงการตรวจจับการฉ้อโกงในภาคการเงิน

ในด้านผู้ใช้ ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ใช้ในระดับสูง โดย 76% ของผู้ใช้ชาวไทยโต้ตอบกับเครื่องมือ AI ทุกวัน ในขณะที่ 56% ของผู้ใช้ชาวไทยสนทนากับแชทบ็อต AI นอกจากนี้ ความต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังเห็นได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าผู้ใช้จำนวนมาก (79%) กำลังเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI อยู่แล้ว ด้านแรงจูงใจหลักในการใช้ AI ได้แก่ ช่วยประหยัดเวลาในการค้นคว้าและเปรียบเทียบ (45%) เพิ่มความปลอดภัย (35%) และความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (33%)

[TwG-TH]-#17031---e-Conomy-SEA-2025--Primed-for-the-next-wave-of-AI-enabled-growth-_-Design_002

โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แอปที่มีฟีเจอร์ AI มีรายได้เติบโตขึ้นถึง 79% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567

ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและวิดีโอคอมเมิร์ซของภูมิภาคนี้ และในขณะเดียวกันก็กำลังวางรากฐานสำหรับทศวรรษหน้า การดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรระดับประเทศของรัฐบาลเพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยในด้านความสามารถทางดิจิทัลและ AI ผ่านโครงการต่างๆ ประกอบกับการที่ภาคส่วนต่างๆ นำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นผู้นำสำหรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอาเซียน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือและทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนของไทย เพื่อปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต และเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีและ AI อย่างเท่าถึงกัน

เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตและความสามารถในการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้การลงทุนจะชะลอตัวในบางช่วงและภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความโดดเด่นในฐานะผู้นำระดับภูมิภาค โดยมูลค่าสินค้ารวมของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีแนวโน้มเติบโตถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งขับเคลื่อนโดยภาคอีคอมเมิร์ซที่เติบโตถึง 22% จากปีที่ผ่านมา และธุรกิจวิดีโอคอมเมิร์ซที่กำลังเฟื่องฟู ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคนี้ เราเชื่อมั่นว่า AI จะเป็นแรงผลักดันการเติบโตระลอกต่อไป ตราบใดที่ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม รับมือกับความท้าทาย และเปลี่ยนนวัตกรรม AI ให้กลายเป็นการสร้างมูลค่าระยะยาวได้

Connected devices, autonomous vehicles, wind turbines with solar panels, and drone delivery overlaid with “e-Conomy SEA 2025,” represent SEA’s digital economy and AI’s role in driving business growth.

อ่านรายงาน e-Conomy SEA 2025 ฉบับเต็มได้ที่นี่

raf

Rafael Scislowski

Country Manager

Google Thailand

Geraldine Lopez

Geraldine Lopez

Head of Data, Insights, and International Growth

Google Southeast Asia

กลับขึ้นไปด้านบน

Get Think with Google
in your inbox