หากผู้ลงโฆษณาทุกรายสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพโดยใช้โซลูชันที่ทำงานด้วยระบบ AI คุณจะทำให้ตนเองโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างไร ความรู้เกี่ยวกับลูกค้าและธุรกิจของตัวเองเป็นปัจจัยสําคัญในการช่วยให้ AI ประสบความสําเร็จและปรับปรุงกลยุทธ์การเสนอราคาสำหรับหลายช่องทาง เรียกได้ว่าเป็นวงจรที่ถูกต้องเนื่องจากคุณสามารถเพิ่มผลลัพธ์และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดโดยใช้ AI ในขณะเดียวกัน AI ก็เรียนรู้จากคุณ เคล็ดลับสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์คือการให้ข้อมูลที่สำคัญ 6 ด้าน คลิกรูปภาพแต่ละรูปต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
เพิ่มมูลค่า Conversion และใช้การเสนอราคาตามมูลค่า
สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์การเสนอราคาตามมูลค่า ซึ่งเชื่อมโยงเป้าหมายทางการตลาดเข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง
การใช้กลยุทธ์การวัด Conversion ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่จะช่วยให้ AI ของ Google เพิ่มมูลค่าให้คุณได้สูงสุด การกำหนดมูลค่า Conversion มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับการเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจโดยรวมของคุณ แม้ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์การเสนอราคาที่เน้นปริมาณ Conversion อย่างการเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดได้ แต่จะสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าหากเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์การเสนอราคาตามมูลค่า เช่น การเพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุด (ซึ่งมีตัวเลือกในการเพิ่ม ROAS เป้าหมาย)
การกำหนดมูลค่าที่ Conversion ต่างๆ มีต่อธุรกิจจะช่วยให้ AI ของ Google เข้าใจว่า Conversion ใดสำคัญที่สุดและควรให้ความสำคัญในการเสนอราคา ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อคุณขยายการตลาดไปยังช่องทางต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดคุณภาพและมูลค่า Conversion ที่สอดคล้องกัน หากธุรกิจเพิ่ม Conversion ประเภทใหม่หรือมูลค่า Conversion มีการเปลี่ยนแปลง อย่าลืมอัปเดตข้อมูลนี้เพื่อให้การเสนอราคาสำหรับหลายช่องทางยังคงค้นหา Conversion ที่จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง นอกจากนี้ คุณสามารถใช้กฎมูลค่า Conversion เพื่อปรับมูลค่าของ Conversion ตามสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อุปกรณ์ และกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย
ระบุสัญญาณของกลุ่มเป้าหมาย
AI ของ Google มีประโยชน์ข้อสำคัญคือช่วยให้คุณขยายธุรกิจให้เติบโตด้วยการค้นหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่ทำ Conversion ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มที่ตัวคุณเองไม่คาดคิดหรือไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้ ที่ผ่านมา ผู้ลงโฆษณามักจำกัดการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าถึงเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย “ที่เหมาะสม” ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อเพิ่ม ROI ให้ได้สูงสุด แต่เมื่อใช้ AI คุณไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการเข้าถึงกับ ROI
การใช้ AI ของ Google ช่วยให้คุณสามารถขยายขอบเขตการเข้าถึงลูกค้าที่ทำ Conversion ที่มีคุณค่ามากขึ้นได้ โดยยังคงรักษาความเกี่ยวข้องและ ROI ไว้ได้ นอกจากนี้ยังช่วยลด “ระยะเวลาเรียนรู้” และเร่งความสามารถในการเพิ่มผลลัพธ์ของ AI ได้ด้วยการแชร์ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะที่คุณมีเกี่ยวกับลูกค้าของตนเอง แนวทางปฏิบัติแนะนำของ Google คือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เคยซื้อ และใช้กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดสำหรับโฆษณา Search, URL ของเว็บ และแอปที่ลูกค้ามักมีส่วนร่วม ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและเหตุผลที่ลูกค้ามีคุณค่าเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยนำ AI ไปยังทิศทางที่ถูกต้อง
ในแคมเปญ Performance Max คุณจะแชร์ข้อมูลนี้ได้โดยใช้สัญญาณของกลุ่มเป้าหมาย สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มคำแนะนำเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ระหว่างการสร้างแคมเปญหรือในช่วงต้นของวงจรแคมเปญ เพื่อช่วยให้แคมเปญทำงานได้เร็วขึ้น สัญญาณของกลุ่มเป้าหมายจะให้ข้อมูลแก่แคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการอัปเดตข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่ง ดังนั้นอย่าลืมอัปเดตรายชื่อลูกค้าเป็นประจำ
รวมโครงสร้างแคมเปญเข้าด้วยกัน
AI ของ Google ทำงานในนามของคุณเพื่อคาดการณ์อย่างแม่นยำเกี่ยวกับการประมูลที่มีแนวโน้มจะทำให้เกิด Conversion มากที่สุดและมีมูลค่าสูงสุดสำหรับธุรกิจ คุณจึงไม่ควรแบ่งกลุ่มลูกค้ามากเกินไปและควรรวมโครงสร้างแคมเปญเป็นหนึ่งเดียวให้มากที่สุด เพื่อที่ AI จะได้เห็นข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้สูงสุด ตัวอย่างเช่น สำหรับแคมเปญ Performance Max เราขอแนะนำให้สร้างกลุ่มชิ้นงานหลายกลุ่มภายในแคมเปญเดียวแทนการสร้างหลายแคมเปญที่แต่ละแคมเปญมีกลุ่มชิ้นงานเพียงกลุ่มเดียว (ในกรณีที่กลุ่มชิ้นงานมีเป้าหมายการเสนอราคา สถานที่ตั้ง และภาษาที่คล้ายกัน)
การรวมการเข้าชมไว้ด้วยกันจะช่วยให้ AI ของ Google สามารถปรับปรุง ROI ส่วนเพิ่มจากการเข้าชมทั้งหมดเพื่อให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ยิ่งคุณแยกการเข้าชมมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการจำกัดความสามารถของ Smart Bidding ในการค้นพบ Conversion มากที่สุดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ละแคมเปญจะพยายามบรรลุเป้าหมายแยกกัน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนต่อ Conversion ส่วนเพิ่มสูงขึ้นและมีประสิทธิภาพลดลง
ให้ชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาคุณภาพสูงที่หลากหลาย
ปัจจุบันการมีเพียงโฆษณาแบบข้อความที่เรียบง่ายนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากลูกค้าต้องการดูรูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ ในแคมเปญ Performance Max คุณควรอัปโหลดชิ้นงานข้อความ รูปภาพ และวิดีโอคุณภาพสูงรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด ยิ่งคุณมีชิ้นงานมาก แคมเปญก็จะสร้างรูปแบบโฆษณาได้มากตามไปด้วย และโฆษณาก็จะได้แสดงในพื้นที่โฆษณาจำนวนมากขึ้น AI ของ Google จะผสมและจับคู่ชิ้นงานต่างๆ เพื่อหาการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถแสดงโฆษณาที่ตรงความต้องการและตรงใจต่อลูกค้าซึ่งมีแนวโน้มจะทำ Conversion สำหรับธุรกิจ
คุณสามารถดูคุณภาพของโฆษณาและคะแนนประสิทธิภาพของชิ้นงานเพื่อให้ทราบคุณภาพของชิ้นงานและระบุโอกาสใหม่ๆ ในการปรับปรุง แต่ก็ไม่ควรนำชิ้นงานใดออกจนกว่าจะถึงขีดจำกัดการอัปโหลดสูงสุด เนื่องจากชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพต่ำจะไม่แสดงบ่อยเท่าที่ควรอยู่แล้ว แม้แต่ชิ้นงานที่มีคุณภาพของโฆษณาในระดับ “ปานกลาง” หรือ “ต่ำ” ก็อาจยังคงทำงานได้ดีในการประมูลบางครั้งและในบางบริบท
เปลี่ยนไปใช้การระบุแหล่งที่มาโดยอิงตามข้อมูล
ตัดสินใจเกี่ยวกับการเสนอราคาได้ดียิ่งขึ้นในช่องทางต่างๆ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้การระบุแหล่งที่มาโดยอิงตามข้อมูล โดยปกติแล้วเครดิต Conversion ทั้งหมดจะให้กับโฆษณาสุดท้ายที่ลูกค้าโต้ตอบด้วย เมื่อใช้การระบุแหล่งที่มาโดยอิงตามข้อมูล การเสนอราคาสำหรับหลายช่องทางจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทัชพอยต์และช่องทางที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการกระตุ้นให้เกิด Conversion ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ตัดสินใจเกี่ยวกับการเสนอราคาได้ดียิ่งขึ้นในช่องทางต่างๆ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้การระบุแหล่งที่มาโดยอิงตามข้อมูล และกำหนดเครดิต Conversion ให้กับทัชพอยต์ต่างๆ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิด Conversion มากที่สุด
แชร์ข้อมูลขั้นสูงเพิ่มเติม
การเพิ่มข้อมูลขั้นสูงและยกระดับกลยุทธ์การเสนอราคาสำหรับหลายช่องทางนั้นทำได้หลายวิธี
การได้ลูกค้าใหม่
สิ่งสำคัญคือต้องดูแคมเปญโดยคำนึงถึงเป้าหมาย เพื่อให้มุ่งเน้นที่เป้าหมายทางธุรกิจในระดับสูงขึ้นได้ ไม่ใช่เฉพาะช่องทางที่โฆษณาแสดง หากมุ่งเน้นที่การได้ลูกค้าใหม่ คุณสามารถตั้งเป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่ในแคมเปญ Performance Max เป้าหมายการได้ลูกค้าใหม่ช่วยในการกำหนดมูลค่าและเสนอราคาสำหรับลูกค้าใหม่แทนลูกค้าเดิม (โหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่) หรือมุ่งเน้นเฉพาะลูกค้าใหม่ในขณะที่เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (โหมดเฉพาะลูกค้าใหม่)
มูลค่าการได้ลูกค้าใหม่คือการปรับมูลค่าเพิ่มเติมที่จะให้กับ Conversion การซื้อครั้งแรกของลูกค้าใหม่ เราขอแนะนำให้กำหนดมูลค่าการได้ลูกค้าใหม่เพื่อให้มูลค่าการได้ลูกค้าใหม่บวกมูลค่าการซื้อครั้งแรกทั่วไปของลูกค้าใหม่แสดงถึงรายได้ที่จะมาจากลูกค้าใหม่ทั่วไปตลอดอายุ เมื่อเลือกกลยุทธ์การเสนอราคาตามมูลค่า คุณจะใช้มูลค่ารวมนี้เป็นพื้นฐานในการกำหนด ROAS เป้าหมายได้
การใช้การเสนอราคาตามมูลค่าร่วมกับโหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่จะทำให้กลยุทธ์การเสนอราคาสามารถเสนอราคาเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ในลักษณะที่เป็นเชิงรุกมากกว่าเมื่อเทียบกับลูกค้าที่กลับมาใช้บริการสำหรับมูลค่า Conversion การซื้อเดียวกัน อัลกอริทึมการเสนอราคาจะเริ่มเรียนรู้ว่าลูกค้าใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจมากขึ้น จากนั้นก็จะเริ่มเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่
คุณมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นในการระบุลูกค้าใหม่ เช่น การให้ข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งของคุณเองผ่านกลุ่มเป้าหมายตามการจับคู่ข้อมูลลูกค้า การตั้งค่าแท็ก Conversion หรือการใช้วิธีการตรวจหาอัตโนมัติของ Google การใช้ข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งทําให้การกำหนดเป้าหมายลูกค้าใหม่มีความแม่นยำสูงสุด
เป้าหมายการรักษาลูกค้า
นอกจากการได้ลูกค้าใหม่แล้ว คุณยังใช้ประโยชน์จากเป้าหมายการรักษาลูกค้าด้วยโหมดดึงดูดลูกค้าให้กลับมาและโหมดดึงดูดลูกค้าที่มีคุณค่าสูงให้กลับมา เพื่อดึงดูดลูกค้าที่หยุดใช้งานให้กลับมามีส่วนร่วมได้ คำจำกัดความของลูกค้าที่หยุดใช้งานถือเป็นข้อมูลที่สำคัญเนื่องจากเราจะนำไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจับคู่ข้อมูลลูกค้าและการเสนอราคา เมื่ออัปโหลดรายชื่อลูกค้าบุคคลที่หนึ่งด้วยการจับคู่ข้อมูลลูกค้า คุณจะมีตัวเลือกในการติดป้ายกำกับรายชื่อลูกค้าเป็น “ลูกค้าเดิม” “ลูกค้าที่หยุดใช้งาน” หรือ “ลูกค้าเดิมที่มีคุณค่าสูง”
โหมดดึงดูดลูกค้าให้กลับมาช่วยให้คุณเชื่อมต่ออีกครั้งกับลูกค้าที่หยุดใช้งาน ซึ่งก็คือลูกค้าที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์เป็นระยะเวลาหนึ่งตามที่ธุรกิจระบุ โหมดนี้สามารถช่วยเสริมโหมดอื่นๆ เช่น โหมดเฉพาะลูกค้าใหม่และโหมดเพิ่มมูลค่าลูกค้าใหม่ เพื่อให้แนวทางที่ครอบคลุมสำหรับการได้ลูกค้าใหม่และการรักษาลูกค้า
หากใช้โหมดดึงดูดลูกค้าให้กลับมาอยู่แล้วเพื่อเสนอราคาให้สูงขึ้นสำหรับลูกค้าที่หยุดใช้งาน คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลุ่มลูกค้าที่หยุดใช้งานที่มีคุณค่าสูงที่เฉพาะเจาะจงได้โดยใช้โหมดดึงดูดลูกค้าที่มีคุณค่าสูงให้กลับมา โหมดดึงดูดลูกค้าที่มีคุณค่าสูงให้กลับมาช่วยให้คุณดึงดูดลูกค้าที่คุณเห็นว่ามีคุณค่าสูงต่อธุรกิจให้กลับมามีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ในการซื้อสูง ตะกร้าสินค้าขนาดใหญ่ หรือคําสั่งซื้อมูลค่าสูง แต่ได้หยุดการมีส่วนร่วมกับธุรกิจของคุณแล้ว
ข้อมูลกำไรและมูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า
ตัวอย่างข้อมูลขั้นสูงอื่นๆ ที่คุณเพิ่มได้โดยการอัปโหลด ได้แก่ ข้อมูลกำไรหรือมูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า การนำข้อมูลกำไรไปยัง Google Ads ทำได้ 2 วิธีคือ ใช้แท็ก Conversion ที่มีกำไรเป็นมูลค่า Conversion หรือใช้การนำเข้า Conversion ออฟไลน์ที่มีกำไรเป็นมูลค่า Conversion คุณสามารถทำให้ข้อมูลนี้ใช้งานได้ผ่านคอลัมน์ที่กำหนดเองเพื่อผสานรวมเข้ากับกลยุทธ์การเสนอราคา นอกจากนี้ คุณสามารถใช้กฎมูลค่า Conversion เพื่อแสดงถึงเป้าหมายกำไรตามมิติข้อมูลต่างๆ ได้ด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายหรือสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์