Performance Max เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า โดยจะใช้ AI ของ Google อย่างเต็มประสิทธิภาพในการกำหนดการเสนอราคาและการกำหนดเป้าหมายโดยอัตโนมัติ และการเพิ่มประสิทธิภาพครีเอทีฟโฆษณาในทุกช่องทาง Google ซึ่งได้แก่ Search, Display, YouTube, Discover, Gmail และ Maps ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถค้นหาผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าคุณภาพสูงได้ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม AI จะทํางานได้ดีก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูลที่ป้อนเข้ามาเท่านั้นเพื่อที่จะทำความเข้าใจความหมายของความสําเร็จที่มีต่อธุรกิจของคุณ และเพิ่มประสิทธิภาพสําหรับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่เหมาะสม หากต้องการกระตุ้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจาก Performance Max คุณต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ดี กำหนดทิศทางให้มุ่งเน้นไปยังการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่คุณเห็นว่ามีคุณค่า มอบชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้นำไปใช้งาน และเน้นย้ำกลยุทธ์ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่แชร์ ทําตามแนวทางปฏิบัติแนะนําเหล่านี้เพื่อสร้างแคมเปญให้ประสบความสําเร็จ
ดูแนวทางปฏิบัติแนะนําเพิ่มเติมได้จากบทความต่อไปนี้
เพิ่มประสิทธิภาพ AI ด้วยการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ
เตรียมพร้อมสู่ความสําเร็จโดยให้เวลาและข้อมูลที่ Performance Max ต้องการเพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายของคุณ
- เพิ่มประสิทธิภาพ AI: AI ของ Google ต้องการการวัดผลและรากฐานข้อมูลที่สมบูรณ์เพื่อขับเคลื่อนแคมเปญให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทําตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในส่วน “สร้างรากฐานการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ” ในคู่มือแนวทางปฏิบัติแนะนําในการสร้างผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าทั่วไปของเรา
- เมื่อองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้พร้อมแล้ว ให้ปล่อยให้แคมเปญทํางานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนที่จะทําการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ เพื่อให้ AI ของ Google ได้มีโอกาสเรียนรู้และรวบรวมข้อมูลมากพอที่จะทําการเพิ่มประสิทธิภาพที่ได้ผล
ทำไมจึงมีความสำคัญ
- กำหนดเป้าหมายและสัญญาณที่ชัดเจน: ใช้เป้าหมายที่เจาะจงในการสร้างผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า เช่น “รายชื่อติดต่อ” “ส่งโฆษณาแบบกรอกฟอร์ม” “จองการนัดหมาย” “ลงชื่อสมัครใช้” “ขอใบเสนอราคา” “ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่เข้าเกณฑ์” หรือ “ผู้ที่กลายมาเป็นลูกค้า” เพื่อเพิ่มผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพสูงสุดสําหรับแคมเปญ Performance Max และเข้าถึงการปกป้องที่ดียิ่งขึ้นจากกิจกรรมของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใน Funnel ระดับลึกยิ่งขึ้น หากเป็นไปได้
กำหนดแนวทางของแคมเปญ
กำหนดแนวทางของ Performance Max ด้วยความแม่นยำไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมและเพิ่มผลลัพธ์ให้ได้สูงสุด
เลือกกลยุทธ์การเสนอราคาที่เหมาะสม:
- หากวัตถุประสงค์หลักคือมูลค่าของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า ให้ใช้กลยุทธ์ Smart Bidding ตามมูลค่า เช่น เพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุดหรือเพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุดด้วย ROAS เป้าหมาย
เคล็ดลับ
- หากวัตถุประสงค์หลักคือปริมาณของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า ให้ใช้กลยุทธ์ Smart Bidding ตาม Conversion เช่น เพิ่มจํานวน Conversion สูงสุด เพื่อมุ่งเน้นที่การสร้างปริมาณสูงสุดของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า
- การตั้งเป้าหมาย: เมื่อเพิ่มจํานวน Conversion สูงสุด ให้เลือกเป้าหมาย Conversion ที่มีคุณค่ามากที่สุด โดยควรเป็นเป้าหมายที่อยู่ลึกลงไปใน Funnel ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายสุดท้ายมากที่สุด และกำหนด CPA เป้าหมายให้ใกล้เคียงกับต้นทุนต่อผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่ยอมรับได้สูงสุด
เคล็ดลับ
ดึงดูดใจด้วยครีเอทีฟโฆษณา
สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ของผู้ใช้เพื่อดึงดูดและเปลี่ยนผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าคุณภาพสูงให้กลายเป็นลูกค้า
- เพิ่มความหลากหลายของชิ้นงานให้มากที่สุด: จัดเตรียมชิ้นงานข้อความ รูปภาพ และวิดีโอคุณภาพสูงที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและแนวคิดที่หลากหลายของลูกค้าที่แตกต่างกัน ยิ่งมีชิ้นงานมาก ระบบจะยิ่งสร้างรูปแบบโฆษณาที่เป็นไปได้หลากหลายมากขึ้นสําหรับช่องทางและผู้ใช้ต่างๆ เครื่องมือ Generative AI ช่วยให้การสร้างครีเอทีฟโฆษณาใหม่ง่ายขึ้นกว่าที่เคย ดูวิธีใช้ประโยชน์จาก Generative AI ให้ได้สูงสุด ติดตามเมตริก “คุณภาพของโฆษณา” ในส่วนกลุ่มชิ้นงานของแคมเปญเพื่อให้เห็นภาพรวมคร่าวๆ เกี่ยวกับประสิทธิภาพของครีเอทีฟโฆษณา มุ่งมั่นเพื่อให้ได้คะแนน “ยอดเยี่ยม” เพื่อเพิ่มศักยภาพของแคมเปญให้ได้สูงสุด
- เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาแบบกรอกฟอร์ม: ลดความซับซ้อนของกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าด้วยชิ้นงานโฆษณาแบบกรอกฟอร์มเพื่อเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด หากต้องการปรับปรุงคุณภาพของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า ให้ลองเพิ่มคำถามวัดคุณสมบัติและองค์ประกอบการตรวจสอบสิทธิ์ เช่น reCAPTCHA
เน้นย้ำด้วยข้อมูลเชิงลึก
ทําความเข้าใจประสิทธิภาพของแคมเปญและค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต
- ตรวจสอบและวิเคราะห์: ใช้ประโยชน์จากรายงานเฉพาะของ Performance Max เช่น ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อความค้นหาและการคาดการณ์ดีมานด์ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญ
- ตัดสินใจโดยอิงตามข้อมูล: ใช้การรายงานระดับชิ้นงานเพื่อระบุชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และรายงานกลยุทธ์การเสนอราคาเพื่อทําความเข้าใจข้อมูลรวมถึงรายละเอียดและความซับซ้อนของกลยุทธ์การเสนอราคา รวมถึงสัญญาณที่โดดเด่นที่สุดที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอ
- ตรวจสอบความปลอดภัยของแบรนด์: ใช้ “รายงานตําแหน่งโฆษณา” เพื่อตรวจสอบและยกเว้นตําแหน่งโฆษณาที่ไม่เหมาะกับแบรนด์